g2g123 หากพูดถึงเกมระดับตำนานจากค่าย Bethesda ในยุคสามมิติ เชื่อว่าสาวกเกมทั่วโลกต้องนึกถึงแฟรนไชส์ The Elder Scrolls และ Fallout อย่างแน่นอน ซึ่งทั้งสองซีรีส์นี้ใช้เอนจิ้นพัฒนาคู่บุญอย่าง Creation Engine มายาวนานกว่าสิบปี ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถูกอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 2.0 ในเกม Starfield ท่ามกลางคำถามของแฟนเกมมากมายว่า เหตุใดทีมพัฒนาถึงยังคงเลือกใช้เอนจิ้นเดิมโดยไม่เปลี่ยนไปใช้ Unreal Engine เหมือนค่ายอื่นๆ
ล่าสุด Josh Sawyer ผู้พัฒนาจาก Obsidian Entertainment ซึ่งเคยฝากผลงานระดับขึ้นหิ้งอย่าง Fallout: New Vegas ได้ออกมาเปิดเผยผ่านไลฟ์สตรีมส่วนตัวถึงเหตุผลสำคัญที่ค่ายยังคงยึดมั่นกับเอนจิ้นนี้:
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม Josh ถึงเปรียบเทียบเอนจิ้นของ Fallout: New Vegas เข้ากับ Creation Engine ทั้งที่ในตอนนั้นใช้เอนจิ้นที่ชื่อว่า Gamebryo คำตอบคือ Gamebryo ก็คือโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกนำมารีเวิร์คและพัฒนาต่อยอดจนกลายมาเป็น Creation Engine ในปัจจุบัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เอนจิ้นทั้งสองตัวมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบการหยิบจับไอเทม การแสดงผลโลกกว้าง หรือระบบ AI พฤติกรรมของ NPC ที่มีกิจวัตรประจำวันเฉพาะตัว
สำหรับ Fallout: New Vegas ถือเป็นอีกหนึ่งภาคในดวงใจของแฟนๆ โดยมีเส้นเรื่องเริ่มต้นในปี 2281 หลังจากโลกถูกทำลายด้วยสงครามนิวเคลียร์ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นคนส่งของ (Courier) ที่ถูกดักซุ่มโจมตีและปล้นของไป แต่กลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ จนนำไปสู่การเดินทางแกะรอยตามหาความจริงและชิงของคืน ท่ามกลางสงครามการเมืองและการแย่งชิงอำนาจของกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ในดินแดนทะเลทรายสุดอันตราย
แม้ว่า Creation Engine จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องกราฟิกหรือข้อจำกัดด้านเทคนิคไปบ้าง แต่มันคือเอนจิ้นที่มอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับเกมในเครือ Bethesda แบบที่ไม่มีเอนจิ้นไหนทดแทนได้ การเรียนรู้และปรับปรุงเอนจิ้นเดิมให้ทันสมัยอยู่เสมอ จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งผู้พัฒนาและสายสร้าง Mod มากที่สุดในปัจจุบัน ( g2g123 )